พรของแม่

posted on 25 Nov 2008 14:12 by aroonsawat

 
ทหารไทยคนหนึ่ง ต้องมีหน้าที่ออกไปรบกับข้าศึกในสงคราม
เขาเป็นคนกำพร้าพ่อ เหลือเพียงแม่ผู้ให้กำเนิดเท่านั้น
ก่อนจะจากแม่ไปสู่สมรภูมิ จึงถามแม่ว่ามีวัตถุมงคลที่ศักดิ์สิทธิ์ของพ่อ
เป็นสมบัติเก็บไว้ให้กล้าหาญและเป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันอันตรายในการต้องจากแม่จากบ้าน
และจากประเทศชาติเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่โดยต้องเสี่ยว กับอันตรายถึงชีวิตได้ในครั้งนี้

แม่ได้ฟังลูกถามก็ใจหาย เพราะมีความเป็นห่วงลูกและสงสาร
โดยที่ไม่มีวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระเครื่อง ตะกรุด หรือผ้ายันต์ เป็นต้น
อันเป็นของเก่าแก่และขลังเลย ครั้นจะบอกลูกตามตรงก็กลัวว่าลูกจะเสียกำลังใจ จึงตอบลูกว่า
"มีของเก่าที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่อย่างหนึ่งลูกไปเมื่อไห ร่แม่จะเตรียมมอบให้
ของนี้ลูกติดตัวไปแล้วแม่มั่นใจว่าจะช่วยคุ้มครองให้ ลูกปลอดภัย และประสบชัยต่อศัตรูไม่รู้จักพ่ายแพ้"

ลูกชายได้ฟังก็ดีใจ จึงบอกวันที่กำหนดจะเดินทางให้แม่ทราบ
โดยยังมีเวลาเหลืออยู่อีก 2-3 วัน แล้วลาแม่ไปทำธุระอย่างอื่น
เมื่อลูกออกจากบ้านแล้ว แม่ครุ่นคิดว่า จะได้สิ่งใดให้ลูกตามที่ลูกต้องการนำติดตัวไป
เพื่อเป็นเครื่องคุ้มครองภัยโดยลูกปรารถนา จะได้จากตนและเอ่ยปากขอ
เพราะไม่มีสิ่งของที่ศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้เลยในบ้านและในที่สุดก็คิดได้
จึงฉีกชายผ้านุ่งของแม่เองมาม้วนเรียวยาวขนาดพอดี
แล้วเอาเชือกเล็กๆ รัดจนแน่นถักด้ายเป็นปลอกหุ้มทับไว้อีกจนหนาแน่นมองไม่เห็นว่าข้างในเป็นอะไร
เพียงมองแต่ตาและเอามือคลำดูจะรู้สึกเหมือนว่าเป็นวั ตถุมงคลชิ้นหนึ่ง
จากนั้นจึงตั้งอธิษฐานขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและคุณ
พระสยามเทวาธิวาชตลอดเทพยดาทุกองค์รวมกับความรักที่แม่มีต่อลูกอย่างแน่วแน่
จงเป็นเสมือนเกราะแก้วที่วิเศษช่วยคุ้มครองป้องกัน และพิทักษ์รักษาลูก
ซึ่งจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ของชายชาติทหารให้มีความปลอดภัย และประสบชัยชนะ
อย่าได้มีอันตรายทั้งปวงทุกประการ แล้วแม่ก็เก็บสิ่งที่ทำไว้นั้นเป็นอย่างดี

ครั้นถึงวันที่ลูกจะเดินทางและเข้ามากราบเพื่อลาและขอพรจากแม่
 แม่ให้พรด้วยถ้อยคำที่ดูดดื่มเป็นที่ประทับใจอย่างยิ่งแล้ว มอบสิ่งที่ทำไว้แก่ลูกโดยบอกลูกว่า
"สิ่งที่แม่ให้ลูกนี้ แม่เชื่อมั่นว่ามีอานุภาพสูงสุดและศักดิ์สิทธิ์แท้จริง ขอลูกจงเก็บรักษาไว้กับตัวให้จงดี
เพื่อเป็นเครื่องช่วยคุ้มครองลูกให้ปลอดภัยในที่ทุกสถานในกาลทุกเมื่อ
และลูกจะประสบแต่ความชนะทุกครั้งไป โดยไม่รู้จักพ่ายแพ้ต่อศัตรูเลย"

ลูกชายกราบรับคำพรของแม่และรับของที่แม่มอบให้ขึ้นทูนศีรษะ
เพราะเข้าใจว่าเป็นรูปพระเล็กๆที่เก่าแล้ว แม่จึงถักหุ้มแน่นหนากันหัก
หรือคงเป็นตะกรุดที่พ่อเคยใช้ประจำตัว แล้วใส่กระเป๋าเสื้อลาแม่ออกจากบ้านไปด้วยความตั้งใจ
โดยมีขวัญและกำลังใจดียิ่ง  ต่อมามิช้านานเขาถูกผู้บังคับบัญชาคัดเลือกส่งไปปฏิบัติงานสงคราม
โดยต้องอยู่แนวหน้า ทำหน้าที่ต่อสู้รบกับฝ่ายข้าสึกซึ่งเขามีความภาคภูมิใจอย่างมาก

ทุกครั้งที่ชายผู้นี้ออกทำการรบ เขามีขวัญและกำลังใจดีเยี่ยม
เพราะมีความมั่นใจว่าต้องปลอดภัยต้องชนะ ด้วยเชื่อมั่นว่าเขามีของดีที่ขลังและ
ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับจากมือแม่ประจำไว้อยู่กับตัวตลอดเวลา
ฉะนั้นจึงเป็นผู้ที่กล้าหาญไม่ครั่นคร้ามต่อศัตรูและมีไหวพริบดี ตัดสินในได้ถูกต้อง
เฉียบขาดแม้ต้องต่อสู้กับปัจจามิตรถึงขั้นเข้าสู้อย่ างใกล้ชิดตัวกัน
เขาก็สามารถมีชัยชนะอย่างงดงาม และเป็นที่น่าอัศจรรย์ด้วยแคล้วคลาดไม่ต้องอาวุธศัตรูในการรบเลย
ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ร่วมกับเขาแม้จะแขวนสร้อยห้อยคอด้วยพระเครื่องต่างๆ จำนวนมากองค์
ต้องบาดเจ็บและถึงแก่ความตายในการรบแต่ละครั้งๆ มิได้ว่างเว้น
แต่เขากลับโชคดีกว่าผู้อื่นที่ไม่เคยประสบอันตรายเลยไม่เคยเสียเลือดเลยทุกครั้งไป
จนผู้บังคับบัญชาและเพื่อน ๆ ของเขา เชื่อและพูดกันเป็นเลื่องลือว่า
"เขามีของดีที่ขลังและศักดิ์สิทธิ์ วิเศษกว่าผู้อื่น เป็นเครื่องคุ้มครองตัว
จึงมีความปลอดภัยจนจิตใจเข้มแข็ง กล้าหาญ ผิดกว่าผู้อื่นทั้งหลาย"

ครั้นเมื่อสงครามอินโดจีนสงบแล้ว ชายผู้นั้นกลับเข้าประจำการ ณ หน่วยทหารที่ตนสังกัด
ไปหาแม่ที่บ้านกราบแม่และเล่าเรื่องราวที่คนทั้งหลายเลื่องลือให้แม่ฟัง
แล้วสิ่งที่ตนมั่นใจว่าเป็นของขลัง อันศักดิ์สิทธิ์นั้นแก่แม่เพื่อเก็บไว้
จะได้มาขอติดตัวไปใช้ใหม่ในเมื่อโอกาสอันสมควร
แม่ฟังลูกเล่าเรื่องทั้งปวงด้วยความระทึกใจอยากจะพูด อยากจะชี้แจงให้ลูกเข้าใจ
ว่าของที่ลูกมั่นใจว่าขลังและศักดิ์สิทธิ์นั้น
ที่แท้คือผ้านุ่งของแม่ และที่ลูกได้รอดพันอันตรายทั้งปวงทุกประการอย่างน่าอ ัศจรรย์นั้น

แท้จริงก็ด้วยเมตตาจิตของแม่เป็นเครื่องปกปักคุ้มครองอย่างสำคัญ
เพราะแม่ได้หมั่นสวดมนต์และแผ่เมตตาอธิษฐานต่อพระรัต นตรัย
และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองป้องกันภัยทุกประการ
อย่าให้เกิดแก่ลูกและขอให้ลูกมีความสุขในที่ทุกสถาน
แม่ผูกใจถึงลูกอธิฐานเพื่อความปลอดภัย และแผ่เมตตาต่อลูก
เพราะความรักอย่างแท้จริงแรงใจและแรงรักของแม่
จึงเกิดพลานุภาพอันอิ่งใหญ่ส่งผลแก่ลูกสมดังที่แม่มุ่งหวังทุกประการ แต่แม่ก็ไม่ได้พูดอธิบาย
ให้ฟังเข้าใจโดยเขารู้ความจริงเรื่องนี้ ในอีกหลายปีต่อมา เมื่อแม่เขาเจ็บหนักใกล้จะสิ้นในตาย
จึงกล่าวให้เขาทราบ แต่กระนั้นเขายังเก็บรักษาชายผ้านุ่งแม่ชิ้นนั้นไว้อีกตลอดไป

ชายผ้านุ่งของแม่แท้ ๆ รวมด้วยความเมตตาของแม่ที่มีต่อลูกที่รัก
แม่ยังกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่น่าอัศจรรย์ได้ฉะนี้ ฯ

 

Comment

Comment:

Tweet

จิงคร้าบ...

ผ้านุ่งของแม่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าวัตถุมงคลราคาเป็นล้านๆๆ

แต่จะไห้ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งกว่าอีก รักท่านไห้มาก จะเพิ่มความขลังคร้าบ

#1 By tee on 2008-11-25 14:37